แหวนสปริงแบน (flat spring washer) เป็นองค์ประกอบที่ใช้รองรับภาระแรงดึงในการประกอบบอท์ เพื่อป้องกันการคลายตัวจากการสั่นสะเทือนและการยืดตัวของเกลียว รูปทรงแบนช่วยให้แรงกระจายอย่างสม่ำเสมอบริเวณผิวสัมผัสกับน็อตและชิ้นงาน ลดความเครียดจุดโฟกัส
วัสดุที่ใช้ผลิตแหวนสปริงแบนมักเป็นเหล็กคาร์บอนสูงที่มีปริมาณคาร์บอนอยู่ระหว่างร้อยละ 0.6 ถึง 1.0 โดยน้ำหนัก หลังจากกระบวนการขึ้นรูปแล้ว ชิ้นส่วนจะผ่านการอบอุ่นและปรับอุณหภูมิเพื่อให้ได้ความแข็งในช่วง 40–55 HRC ซึ่งช่วยให้สามารถคืนรูปได้ดีเมื่อรับภาระ ความแข็งนี้ยังทำให้ทนต่อการสึกหรอและการตั้งค่าคงที่ภายใต้โหลดซ้ำๆ ได้ดี
ขั้นตอนแรกคือการตัดแผ่นเหล็กคาร์บอนสูงให้เป็นวงกลมเส้นผ่านศูนย์กลางภายนอกและภายตามขนาดที่ต้องการโดยใช้แม่พิมพ์ปั๊ม จากนั้นชิ้นส่วนจะเข้าสู่กระบวนการขึ้นรูปทรงโค้งเล็กน้อยเพื่อสร้างแรงสปริงเมื่อถูกกดลง หลังขึ้นรูป ชิ้นจะผ่านการอบอุ่นที่อุณหภูมิประมาณ 820 °C ต่อด้วยการปรับอุณหภูมิที่ 400–500 °C เพื่อให้ได้ความแข็งและความยืดหยุ่นที่ต้องการ สุดท้ายพื้นผิวอาจได้รับการเคลือบซิงค์หรือฟอสเฟตเพื่อเพิ่มความต้านทานการกัดกร่อนตามข้อกำหนดของลูกค้า
ขนาดมาตรฐานของแหวนสปริงแบนมักระบุตามมาตรฐาน DIN 127B หรือ ISO 10670 ซึ่งกำหนดอัตราส่วนเส้นผ่านศูนย์กลางภายในต่อภายนอกและความหนา ความคลาดเคลื่อนที่ยอมรับได้สำหรับเส้นผ่านศูนย์กลางภายนอกและภายในมักอยู่ในระดับ ±0.10 mm ขึ้นอยู่กับระดับความแม่นยำที่เลือก ความหนามีค่าทั่วไปตั้งแต่ 0.5 mm ถึง 3.0 mm และความคลาดเคลื่อนตามมาตรฐานมักไม่เกิน ±0.05 mm
ในการประกอบบอท์ที่ต้องรับแรงสั่นสะเทือนสูง เช่น เครื่องจักรกลหนัก ระบบขับเคลื่อน หรือโครงสร้างเหล็ก แหวนสปริงแบนช่วยเพิ่มแรงหนีบคงที่โดยการคืนรูปหลังจากบอท์คลายตัวเล็กน้อย การกระจายแรงที่สม่ำเสมอลดความเสี่ยงของการเกิดรอยร้าวที่บริเวณเกลียวและยืดอายุการใช้งานของการเชื่อมต่อ นอกจากนี้ ยังใช้ในงานที่ต้องการการป้องกันการหลวมตัวจากการยืดหยุ่นเชิงความร้อน เช่น ระบบท่อส่งไอน้ำหรือเครื่องแลกเปลี่ยนความร้อน
กระบวนการตรวจสอบเริ่มจากการตรวจวัดขนาดด้วยเครื่องวัดแบบสัมผัสหรือระบบภาพเพื่อยืนยันว่าอยู่ภายในความคลาดเคลื่อนที่กำหนด ต่อมาทำการทดสอบความแข็งโดยใช้เครื่องวัด Rockwell เพื่อให้แน่ใจว่าค่าอยู่ในช่วง 40–55 HRC ตามที่กำหนด การตรวจสอบพื้นผิวทำภายใต้แสงสว่างเพียงพอเพื่อตรวจหาตำหนิ เช่น รอยร้าว รอยบาก หรือการเคลือบที่ไม่สม่ำเสมอ สำหรับลูกค้าที่ต้องการเอกสารรับรอง สามารถออกใบรับรองการตรวจสอบตามมาตรฐาน EN 10204 type 2.2 ได้เมื่อร้องขอ
| คุณลักษณะ | ค่าทั่วไป | หน่วย |
|---|---|---|
| วัสดุ | เหล็กคาร์บอนสูง (C0.6–1.0) | – |
| ความแข็ง (หลังอบอุ่น) | 40–55 | HRC |
| ความหนา | 0.5–3.0 | mm |
| เส้นผ่านศูนย์กลางภายนอก | 6–50 | mm |
| เส้นผ่านศูนย์กลางภายใน | 3–30 | mm |
| แรงดันยืดตัว (ประมาณ) | 400–600 | MPa |
| พื้นผิว | ไม่เคลือบ / ซิงค์ / ฟอสเฟต (ตามคำขอ) | – |
คำถาม: สามารถปรับเปลี่ยนขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางภายในและภายนอกได้หรือไม่?
คำตอบ: ได้ ขนาดสามารถผลิตตามแบบรูปที่ลูกค้าให้มา โดยทั่วไปรองรับช่วง 4–60 mm สำหรับทั้งสองเส้นผ่านศูนย์กลาง ความคลาดเคลื่อนขึ้นอยู่กับระดับความแม่นยำที่เลือก
คำถาม: ต้องใช้ข้อมูลใดบ้างก่อนขอใบเสนอราคา?
คำตอบ: ควรแจ้งวัสดุที่ต้องการ ความหนา เส้นผ่านศูนย์กลางภายนอก/ภายใน ปริมาณการสั่งผลิต และข้อกำหนดด้านพื้นผิวหรือการเคลือบ หากมีมาตรฐานอ้างอิง เช่น DIN หรือ ISO ควรระบุด้วย
คำถาม: วิธีการตรวจสอบคุณภาพมีอะไรบ้าง?
คำตอบ: การตรวจสอบประกอบด้วยการวัดขนาดด้วยไมโครมิเตอร์หรือระบบภาพ การทดสอบความแข็งแบบ Rockwell และการตรวจพื้นผิวภายใต้แสงสว่างเพื่อหาตำหนิ สำหรับลูกค้าที่ต้องการเอกสารรับรองสามารถออกใบรับรองตาม EN 10204 type 2.2 ได้
คำถาม: ระยะเวลาการผลิตปกติใช้เวลานานเท่าไร?
คำตอบ: ระยะเวลาขึ้นกับปริมาณและความซับซ้อนของการปรับแต่ง โดยทั่วไปสำหรับออเดอร์มาตรฐานขนาดไม่เกิน 5000 ชิ้นใช้เวลา 2–3 สัปดาห์หลังจากยืนยันแบบและวัสดุ
คำถาม: มีตัวเลือกบรรจุภัณฑ์สำหรับการขนส่งออกนอกประเทศหรือไม่?
คำตอบ: มีบรรจุภัณฑ์มาตรฐานเป็นกล่องกระดาษลูกฟูกพร้อมแผ่นกันกระแทก และสามารถขอให้ใช้พาเลทไม้หรือพลาสติกพร้อมฟิล์มหดเพื่อป้องกันความชื้นและการกระแทกระหว่างขนส่ง
หากต้องการขอใบเสนอราคา รายละเอียดทางเทคนิคเพิ่มเติม หรือจัดส่งตัวอย่าง โปรดติดต่อทีมวิศวกรของเรา สอบถามข้อมูล