สกรูหัวซ็อกเก็ตหัวฝาแบบหัวเล็กถูกออกแบบมาเพื่อให้สามารถติดตั้งในพื้นที่จำกัดได้โดยไม่ลดทอนความแข็งแรงของการยึดเกาะ หัวสกรูมีรูซ็อกเก็ตที่ช่วยให้สามารถใช้ไขควงหรือบิตหกเหลี่ยมในการขันได้อย่างแม่นยำ ลดความเสี่ยงของการลื่นไหลระหว่างการประกอบ
ขนาดเกลียวทั่วไปตั้งแต่ M2 ถึง M8 โดยมีระยะปitch ตามมาตรฐาน ISO metric ความยาวของเกลียวสามารถปรับได้ตั้งแต่ 4 mm ถึง 50 mm ขึ้นกับความต้องการของโครงการ หัวสกรูมีเส้นผ่านศูนย์กลางภายนอกประมาณ 1.5 เท่าของเส้นผ่านศูนย์กลางเกลียว และความสูงของหัวไม่เกิน 2 mm เพื่อให้เหมาะกับการติดตั้งในช่องแคบ
ค่าความแข็งแรงดึงขั้นต่ำของสกรูเหล็กกล้าเกรด 8.8 อยู่ที่ประมาณ 800 MPa ในขณะที่สกรูสเตนเลสเกรด A2 มีค่าความแข็งแรงดึงประมาณ 500 MPa ค่าความแข็งผิว (HRC) มักอยู่ในช่วง 28‑32 สำหรับเหล็กกล้าและ 15‑20 สำหรับสเตนเลส ซึ่งช่วยให้ทนต่อการบิดเบี้ยวภายใต้แรงบิดที่กำหนด
การขึ้นรูปสกรูเริ่มจากการตัดแท่งวัสดุให้ได้ความยาวที่ต้องการ ตามด้วยการขึ้นรูปหัวด้วยการขึ้นรูปเย็น (Cold Heading) ซึ่งทำให้ได้มิติของหัวที่สม่ำเสมอและลดการสูญเสียวัสดุ หลังจากนั้นจะทำการกลึงเกลียวด้วยเครื่องมือกลึงความเร็วสูงเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ความละเอียดของเกลียวตามมาตรฐาน 6g
ขั้นตอนต่อไปคือการทำความร้อนและอบอ่อน (Heat Treatment) ตามเกรดวัสดุที่เลือก เพื่อปรับค่าความแข็งและความเหนียวให้เหมาะกับการใช้งาน สุดท้ายจะมีการทำความสะอาดผิวและเคลือบป้องกันการกัดกร่อนตามข้อกำหนดของลูกค้า เช่น การชุบสังกะสี การพ่นเคลือบโครเมียม หรือการ passivation สำหรับสเตนเลส
การตรวจสอบมิติทำโดยใช้เครื่องวัดภาพเชิงมิติ (Vision System) เพื่อตรวจสอบเส้นผ่านศูนย์กลางหัว ความลึกของซ็อกเก็ต และความยาวเกลียว โดยมีความคลาดเคลื่อนที่ยอมรับได้ ±0.02 mm สำหรับมิติสำคัญ
การทดสอบแรงบิดทำโดยใช้เครื่องวัดแรงบิดแบบไดนามิกเพื่อให้แน่ใจว่าสกรูสามารถรับแรงบิดตามค่าที่กำหนดโดยไม่เกิดการเลื่อนหรือเสียหายของหัว นอกจากนี้ยังมีการตรวจสอบความแข็งผิวด้วยเครื่องวัดความแข็งแบบ Rockwell และการตรวจสอบการกัดกร่อนด้วยการทดสอบหมอกเกลือ (Salt Spray) ตามมาตรฐาน ASTM B117 สำหรับวัสดุที่ต้องการการป้องกันการกัดกร่อน
| รายการ | ค่าทั่วไป | หมายเหตุ |
|---|---|---|
| ขนาดเกลียว (M) | M2 – M8 | ตามมาตรฐาน ISO metric |
| ความยาวเกลียว (L) | 4 mm – 50 mm | ปรับได้ตามความต้องการ |
| เส้นผ่านศูนย์กลางหัว (Dh) | ≈ 1.5 × เกลียว | ออกแบบให้เล็กเพื่อพื้นที่จำกัด |
| ความสูงหัว (H) | ≤ 2 mm | เหมาะกับการติดตั้งในช่องแคบ |
| วัสดุ | เหล็กกล้า, สเตนเลส, ไทเทเนียม | เลือกตามสภาพแวดล้อม |
| ความแข็งแรงดึง (σ) | 400 – 1200 MPa | ขึ้นกับเกรดวัสดุ |
| ความแข็งผิว (HRC) | 15 – 32 | ขึ้นกับกระบวนการอบอ่อน |
ลูกค้าสามารถระบุความยาวเกลียว รูปแบบหัว (เช่น หัวแบน หัวกลม) และประเภทของไดรฟ์ (ซ็อกเก็ตหกเหลี่ยม หรือ Torx) ได้ตามแบบภาพวาดหรือไฟล์ CAD ที่ให้มา ทีมวิศวกรรมจะทำการตรวจสอบความเป็นไปได้ของการขึ้นรูปเย็นและแนะนำวิธีการผลิตที่เหมาะสมเพื่อลดเวลาและต้นทุน
นอกจากนี้ยังสามารถขอให้มีการเจาะรูระบายอากาศ (Vent Hole) ที่หัวสกรูเพื่อลดการกักเก็บความร้อนในงานที่มีการหมุนต่อเนื่อง หรือการเพิ่มฟีเจอร์ล็อคแบบไนลอน (Nylon Patch) เพื่อป้องกันการคลายตัวจากการสั่นสะเทือน
การเคลือบผิวสามารถปรับแต่งได้ทั้งชุบสังกะสีแบบไม่มีไฟฟ้า (Zn-Ni) การเคลือบเซรามิก หรือการทำสีพ่นตามมาตรฐาน RAL เพื่อให้ตรงกับข้อกำหนดด้านรูปลักษณ์หรือการมองเห็นในสายการผลิต
สามารถปรับขนาดหัวให้เล็กกว่าที่แสดงในตารางได้หรือไม่? ได้ ขึ้นอยู่กับความแข็งแรงที่ต้องการและเครื่องมือที่ใช้ในการขึ้นรูปเย็น ทีมวิศวกรรมจะทำการวิเคราะห์ความเป็นไปได้ก่อนยืนยัน
ต้องเตรียมข้อมูลอะไรบ้างก่อนขอใบเสนอราคา? ควรให้แบบภาพวาด 2D หรือ 3D ระบุขนาดเกลียว ความยาว หัว ประเภทวัสดุและการเคลือบที่ต้องการ รวมถึงปริมาณที่ต้องการผลิต
วัสดุใดที่เหมาะกับงานในสภาพแวดล้อมที่มีความเค็มสูง? สเตนเลสเกรด A4 (316) หรือไทเทเนียมเกรด 2 มักถูกเลือกใช้เนื่องจากมีความต้านทานต่อคลอไรด์สูง
ระยะเวลาการผลิตปกติคือเท่าไร? ขึ้นกับความซับซ้อนและปริมาณ แต่โดยทั่วไปอยู่ในช่วง 2‑4 สัปดาห์หลังจากยืนยันแบบและได้รับมัดจำ
วิธีการบรรจุและปกป้องสินค้าระหว่างขนส่งคืออะไร? สกรูจะบรรจุในถุงพลาสติกกันความชื้น จากนั้นวางในกล่องลูกฟูกที่มีแผ่นรองกันกระแทก และสำหรับการส่งออกจะใช้พาเลทไม้ที่ผ่านการอบความร้อนตามมาตรฐาน ISPM 15