โดยตรงจากโรงงาน สกรูหัวหกเหลี่ยม Allen พร้อมตารางแรงบิด ขายส่ง

คำอธิบายสั้น:

รายละเอียด

โดยตรงจากโรงงาน สกรูหัวหกเหลี่ยม Allen พร้อมตารางแรงบิด ขายส่ง

สกรูหัวหกเหลี่ยมแบบมีรูหกเหลี่ยม (Allen socket head cap screw) เป็นประเภทสกรูที่หัวทรงกระบอกมีรูหกเหลี่ยมสำหรับใช้ประแจหกเหลี่ยม (Allen key) ช่วยให้สามารถขันในพื้นที่แคบได้ในขณะที่ให้แรงหนีบสูง เนื่องจากออกแบบมาให้หัวต่ำกว่าผิวชิ้นงานจึงเหมาะกับการประกอบที่ต้องการผิวเรียบและไม่มีส่วนยื่นออกมา

การผลิตโดยตรงจากโรงงานช่วยให้สามารถควบคุมกระบวนการขึ้นรูป การอบชุบ และการตรวจสอบมิติได้อย่างสม่ำเสมอ ทำให้ผู้ซื้อมั่นใจในความสามารถในการติดตามแหล่งที่มา (traceability) และคุณภาพที่ไม่แตกต่างกันระหว่างล็อตผลิต

ข้อมูลทางเทคนิค

มีให้เลือกในขนาดเกลียวเมตริกตั้งแต่ M3 ถึง M24 ความยาวตั้งแต่ 6 mm ถึง 200 mm โดยมีระดับความแข็งแรงเกรด 8.8, 10.9 และ 12.9 สำหรับเหล็กผสมผ่านการอบชุบความร้อน รวมถึงสแตนเลสเกรด A2 (AISI 304) และ A4 (AISI 316) สำหรับงานที่ต้องการความต้านทานการกัดกร่อน

เกลียวสามารถเป็นแบบหยาบ (coarse) ตามมาตรฐาน ISO 4762 หรือแบบละเอียด (fine) ตามความต้องการของโครงการ ความสูงและเส้นผ่านศูนย์กลางของหัวสกรูเป็นไปตามมาตรฐานเดียวกันเพื่อให้สามารถใช้ประแจหกเหลี่ยมมาตรฐานได้

ตารางแรงบิด (Torque Chart)

ขายส่งสกรูหัวจมหกเหลี่ยมพร้อมตารางแรงบิดส่งตรงจากโรงงาน
ขนาดเกลียว (M) ความแข็งแรงเกรด โมเมนต์แรงบิดแนะนำ (Nm)
M5 8.8 5
M5 10.9 7
M5 12.9 9
M8 8.8 20
M8 10.9 28
M8 12.9 35
M12 8.8 40
M12 10.9 55
M12 12.9 70

ค่าแรงบิดที่แสดงเป็นค่าประมาณสำหรับสกรูที่มีการหล่อลื่นเบาๆ โดยค่าจริงอาจแตกต่างกันไปตามสภาพพื้นผิว ความเร็วในการขัน และสารหล่อลื่นที่ใช้ ควรตรวจสอบค่าที่เหมาะสมกับแต่ละแอปพลิเคชันผ่านการทดสอบบนชิ้นงานจริง

การใช้งานในอุตสาหกรรม

ในงานประกอบเครื่องจักรอัตโนมัติและหุ่นยนต์ สกรูหัวหกเหลี่ยมแบบ Allen ช่วยให้สามารถวางตำแหน่งสกรูใกล้กับองค์ประกอบอื่นๆ ได้โดยไม่มีหัวสกรูยื่นออกมา ซึ่งลดความเสี่ยงต่อการเกี่ยวติดและเพิ่มความปลอดภัยในการทำงาน

อุตสาหกรรมยานยนต์ใช้สกรูประเภทนี้ในการติดตั้งฝาครอบเครื่องยนต์ ระบบส่งกำลัง และช่วงล่าง โดยต้องการแรงหนีบสูงพร้อมกับความสามารถในการถอดประกอบซ้ำโดยไม่ทำให้เกลียวเสียหาย

ในอุตสาหกรรมอากาศยานและอวกาศ การเลือกใช้สแตนเลสเกรด A4 พร้อมกับการควบคุมแรงบิดอย่างแม่นยำช่วยให้มั่นใจได้ว่าการเชื่อมต่อจะทนต่อการสั่นสะเทือนและการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิในระหว่างการบิน

ตัวเลือกวัสดุ

  • เหล็กผสมเกรด 8.8 – ความแข็งแรงดึงประมาณ 800 MPa เหมาะสำหรับงานทั่วไปที่ไม่ต้องการความทนทานต่อการกัดกร่อนสูง
  • เหล็กผสมเกรด 10.9 – ความแข็งแรงดึงประมาณ 1040 MPa ใช้ในงานที่ต้องการแรงหนีบสูงขึ้น
  • เหล็กผสมเกรด 12.9 – ความแข็งแรงดึงประมาณ 1220 MPa เหมาะกับงานที่ต้องการประสิทธิภาพสูงสุดในสภาวะแห้ง
  • สแตนเลส A2 (AISI 304) – ต้านทานการกัดกร่อนในบรรยากาศทั่วไปและความชื้นปานกลาง
  • สแตนเลส A4 (AISI 316) – เพิ่มโมลิบดีนัมเพื่อทนต่อคลอไรด์และสภาพแวดล้อมทางทะเล

สามารถเลือกการเคลือบผิวเพิ่มเติม เช่น การชุบสังกะสี (zinc plating) เพื่อป้องกันสนิม การออกซิไดซ์สีดำ (black oxide) เพื่อลดการสะท้อนแสง และการเคลือบ PTFE เพื่อลดแรงเสียดทานในการประกอบ

การปรับแต่งตามความต้องการ

ความยาวของสกรูสามารถผลิตตามข้อกำหนดของลูกค้า โดยมีความคลาดเคลื่อนตามมาตรฐาน ISO 2768 หรือระดับความละเอียดที่ตกลงกัน

เกลียวละเอียด (fine pitch) สามารถจัดหาได้สำหรับงานที่ต้องการการปรับแต่งตำแหน่งอย่างละเอียดหรือต้องการลดความเสี่ยงของการหลวมตัวจากการสั่นสะเทือน

การทำเครื่องหมายเฉพาะ เช่น โลโก้บริษัท หมายเลขส่วน หรือวันที่ผลิต สามารถทำได้ด้วยการเลเซอร์เอตช์หรือการปั๊มนูนโดยไม่ส่งผลต่อสมบัติเชิงกลของสกรู

บรรจุภัณฑ์สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามความต้องการของห่วงโซ่อุปทาน ไม่ว่าจะเป็นกล่องขนาดเล็กสำหรับการขนส่งทางอากาศ ถุงพลาสติกพร้อมกระดาษกันความชื้นสำหรับทางบก หรือลังไม้รองพาเลทสำหรับการขนส่งทางเรือ

การควบคุมคุณภาพ

วัตถุดิบที่รับเข้ามาจะต้องมีใบรับรองการทดสอบทางเคมีและกลไกจากโรงงานผลิตเหล็ก เพื่อยืนยันองค์ประกอบและระดับความแข็งแรงก่อนเข้าสู่กระบวนการขึ้นรูป

หลังจากการขึ้นรูปและอบชุบ จะทำการตรวจสอบมิติโดยใช้เครื่องวัดพิกัดสามแกน (CMM) เพื่อตรวจสอบเส้นผ่านศูนย์กลางเกลียว ความยาว และขนาดหัวสกรูให้อยู่ในช่วงความคลาดเคลื่อนที่กำหนด

การทดสอบความแข็ง (Rockwell) จะทำบนตัวอย่างจากแต่ละล็อตเพื่อให้แน่ใจว่าค่าความแข็งอยู่ในช่วงที่สอดคล้องกับเกรดที่ระบุ

เพื่อยืนยันค่าแรงบิดที่เหมาะสม จะมีการทดสอบบนตัวอย่างสกรูโดยใช้เครื่องวัดแรงบิด (torque transducer) และบันทึกค่าที่ได้เพื่อเปรียบเทียบกับตารางแนะนำ

การตรวจสอบผิวทำด้วยการมองด้วยตาเปล่าและการใช้กล้องจุลทรรศน์เพื่อค้นหาตำหนิเช่น รอยแตกร้าว รอยรอยขีดข่วน หรือสิ่งสกปรกที่อาจส่งผลต่อประสิทธิภาพการติดตั้ง

ทุกชิ้นผลิตจะมีการระบุเลขล็อต (lot number) บนฉลากบรรจุภัณฑ์เพื่อให้สามารถติดตามย้อนกลับไปยังแหล่งวัตถุดิบและเงื่อนไขการผลิตได้เมื่อจำเป็น

บรรจุภัณฑ์และการจัดส่ง

สกรูจะถูกวางในกล่องกระดาษลูกฟูกที่มีการบรรจุกระดาษกันการกัดกร่อน (VCI) เพื่อป้องกันการเกิดสนิมระหว่างการเก็บรักษาและการขนส่ง

สำหรับคำสั่งซื้อจำนวนมาก จะจัดเรียงกล่องลงบนพาเลทไม้หรือพลาสติกและยึดด้วยฟิล์มยืดเหนียวเพื่อให้มั่นใจว่าสินค้าไม่เคลื่อนที่ระหว่างการขนส่งทางเรือหรือทางรถไฟ

การจัดส่งทางอากาศใช้กล่องขนาดเล็กที่มีการรองรับด้วยโฟมกันกระแทกและปิดผนึกด้วยเทปกาวอย่างแน่นหนา เพื่อลดความเสี่ยงจากการกระแทกและการเปลี่ยนแปลงความดันภายในห้องโดยสาร

ฉลากบนแต่ละกล่องจะแสดงข้อมูลสำคัญ ได้แก่ หมายเลขส่วน ขนาดเกลียว ความยาว เกรดวัสดุ ปริมาณ และเลขล็อต เพื่อให้ผู้รับสามารถตรวจสอบได้ทันทีเมื่อถึงปลายทาง

พิมพ์ข้อความของคุณที่นี่แล้วส่งให้เรา