สกรูหัวหกเหลี่ยมซ็อกเก็ตหัวแคปแบบอิมพีเรียลเป็นสกรูที่มีหัวทรงกระบอกปลอดลวดลายและช่องหกเหลี่ยมสำหรับใช้ประแจแรงบิด ออกแบบมาเพื่อให้สามารถถอดประกอบในพื้นที่จำกัดได้ในขณะที่รับแรงบิดสูงและแรงดึงที่สม่ำเสมอ เนื่องจากเกลียวเป็นมาตรฐานอิมพีเรียล (UNC/UNF) จึงเหมาะกับงานที่ต้องการความสอดคล้องกับชิ้นส่วนเดิมในระบบอิมพีเรียล
หัวซ็อกเก็ตช่วยให้สามารถใช้ประแจหกเหลี่ยมได้อย่างมั่นคง ลดโอกาสการลื่นไหลเมื่อเทียบกับหัวแบบฟิลลิปส์หรือสล็อต ความสูงของหัวต่ำกว่าหัวหกเหลี่ยมทั่วไป ทำให้เหมาะกับการติดตั้งในบริเวณที่มีพื้นที่เหนือหัวจำกัด เกลียวถูกขึ้นรูปด้วยความแม่นยำระดับ Class 2A ตามมาตรฐาน ASME B1.1 เพื่อให้การสัมผัสกับน็อตหรือรูเกลียวมีความสม่ำเสมอและลดความเสี่ยงของการเสียรูปเกลียวภายใต้โหลดซ้ำ
วัสดุที่ใช้ผลิตสกรูประเภทนี้ได้แก่ เหล็กผสมความแข็งแรงสูง (เช่น เกรด 8.8, 10.9, 12.9), สแตนเลสซีรีส์ 304 และ 316 สำหรับสภาพแวดล้อมที่ต้องการความต้านทานการกัดกร่อน รวมถึงเหล็กกล้าผสมซิลิกาแมงกานีสสำหรับงานที่ต้องการความทนทานต่อการกระแทก มาตรฐานการผลิตอ้างอิงจาก ASME B18.3 สำหรับขนาดหัวและความยาวเกลียว รวมถึง ISO 898-1 สำหรับคุณสมบัติเชิงกลของวัสดุเกลียว
การปรับแต่งสามารถทำได้ในหลายมิติเพื่อให้ตรงกับข้อกำหนดเฉพาะของโครงการ ความยาวทั้งหมดสามารถปรับได้ตั้งแต่ 6 มม. ถึง 200 มม. โดยมีความยาวเกลียวที่เลือกได้ทั้งแบบเต็มความยาวและแบบเกลียวบางส่วน การเคลือบผิวเช่น สังกะสีเคลือบเหลือง, ฟอสเฟต, หรือแลคเกอร์เอพ็อกซี่สามารถเพิ่มเข้าไปเพื่อปรับปรุงคุณสมบัติการต้านทานการกัดกร่อนหรือการลดแรงเสียดทาน นอกจากนี้ยังสามารถกำหนดความคลาดเคลื่อนของเส้นผ่านศูนย์กลางเกลียวและความหยาบของผิวได้ตามระดับความแม่นยำที่ต้องการ
ในอุตสาหกรรมยานยนต์ สกรูประเภทนี้มักใช้ในการประกอบช่วงล่างและระบบส่งกำลังที่ต้องการแรงบิดสูงในขณะที่พื้นที่ติดตั้งถูกจำกัดโดยคานหรือชิ้นส่วนโครงสร้าง ในงานเครื่องจักรหนัก เช่น เครื่องอัดไฮดรอลิกและเครื่องบดหิน การออกแบบหัวซ็อกเก็ตช่วยให้สามารถใช้ประแจแรงบิดได้อย่างมั่นคงแม้อยู่ในตำแหน่งที่เข้าถึงยาก นอกจากนี้ในอุตสาหกรรมการบินและอวกาศที่ต้องการการควบคุมน้ำหนักและความแข็งแรงสูง การเลือกใช้สแตนเลสซีรีส์ 316 พร้อมความคลาดเคลื่อนเกลียวที่เข้มงวดช่วยลดความเสี่ยงจากการกัดกร่อนและความล้าจากการสั่นสะเทือน
กระบวนการตรวจสอบเริ่มจากการตรวจมิติโดยใช้เครื่องวัดภาพและไมโครมิเตอร์เพื่อยืนยันเส้นผ่านศูนย์กลางเกลียว ความกว้างหัว และความลึกช่องซ็อกเก็ตตามข้อกำหนดที่ระบุ การทดสอบความแข็งทำด้วยเครื่องวัดความแข็งแบบร็อกเวลล์เพื่อให้แน่ใจว่าค่าความแข็งอยู่ในช่วงที่สอดคล้องกับเกรดวัสดุที่เลือก การตรวจสอบเกลียวทำด้วยเกจวัดเกลียวระดับ Go/No-Go เพื่อป้องกันการประกอบที่ผิดพลาด สุดท้ายการตรวจสอบผิวทำด้วยการตรวจด้วยตาและเครื่องวัดความหยาบเพื่อยืนยันว่าการเคลือบหรือการขัดผิวตรงตามมาตรฐานที่ตกลงกันไว้ ทุกล็อตผลิตจะมีเอกสารรับรองการตรวจสอบที่สามารถสอบกลับไปยังวัตถุดิบได้
| คุณสมบัติ | ค่าทั่วไป |
|---|---|
| มาตรฐานเกลียว | UNC/UNF ตาม ASME B1.1 |
| ระดับความแข็งแรงดึง | เกรด 8.8: 800 MPa, เกรด 10.9: 1040 MPa, เกรด 12.9: 1220 MPa |
| ความแข็งผิว (หลังชุบแข็ง) | HRC 28–36 (ตามเกรด) |
| แรงบิดแนะนำ (สำหรับเกรด 10.9, น้ำมันหล่อลื่น) | M6: 8.5 Nm, M8: 20 Nm, M10: 40 Nm, M12: 70 Nm |
| ช่วงอุณหภูมิใช้งาน | -50°C ถึง +300°C (ขึ้นกับวัสดุและการเคลือบ) |
สามารถปรับความยาวและความยาวเกลียวได้หรือไม่? ได้ เราสามารถผลิตตามความยาวทั้งหมดและความยาวเกลียวที่ลูกค้าระบุได้ทั้งแบบเต็มความยาวและแบบบางส่วน
ต้องใช้ข้อมูลใดบ้างในการขอใบเสนอราคา? ควรแจ้งขนาดเกลียว (เช่น M8), ความยาวทั้งหมด, ความยาวเกลียุ, วัสดุที่ต้องการ, การเคลือบผิว, ปริมาณขั้นต่ำ และรายละเอียดการบรรจุหากมีข้อกำหนดพิเศษ
วัสดุใดบ้างที่มีให้เลือก? มีเหล็กผสมเกรด 8.8–12.9, สแตนเลส 304 และ 316, และเหล็กกล้าผสมซิลิกาแมงกานีส สามารถสอบถามวัสดุอื่นๆ ได้ตามความต้องการของโครงการ
วิธีการตรวจสอบคุณภาพมีอะไรบ้าง? เราทำการตรวจสอบมิติ ความแข็ง เกลียวด้วยเกจ Go/No-Go และผิวหน้าตามมาตรฐานที่ตกลงกันไว้ พร้อมออกเอกสารรับรองการตรวจสอบทุกล็อต
บรรจุภัณฑ์และการจัดส่งเป็นอย่างไร? สามารถบรรจุในกล่องกระดาษลูกฟูกพร้อมแผ่นกันกระแทก หรือบนพาเลทตามปริมาณ สำหรับการส่งออกเราใช้วัสดุกันความชื้นและยึดตรึงสินค้าเพื่อป้องกันความเสียหายระหว่างการขนส่ง
ระยะเวลาการผลิตปกติคือเท่าไร? ขึ้นกับความซับซ้อนของการปรับแต่งและปริมาณ โดยทั่วไปอยู่ที่ 2–4 สัปดาห์หลังจากยืนยันแบบและรับมัดจำ สามารถเร่งด่วนได้ตามความตกลง
สามารถขอตัวอย่างก่อนผลิตจริงได้หรือไม่? ได้ เราสามารถจัดทำตัวอย่างตามข้อกำหนดที่ลูกค้าระบุเพื่อทดสอบการติดตั้งและการใช้งานจริงก่อนการผลิตล็อตเต็ม