ริเวตหัวสองชั้นแบบเคาน์เตอร์ซิงค์ (double countersunk head solid rivet) เป็นตัวยึดที่ออกแบบให้หัวเรียบพื้นผิวเมื่อติดตั้งเข้าไปในรูที่เจาะเคาน์เตอร์ซิงค์สองด้าน โครงสร้างเป็นแกนทรงกระบอกตลอดความยาว ทำให้สามารถรับแรงเฉือนและแรงดึงได้สูงโดยไม่มีจุดอ่อนจากการเชื่อมหรือการขึ้นรูปที่ซับซ้อน
การเลือกวัสดุขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมการทำงานและข้อกำหนดด้านความแข็งแรง ตัวเลือกทั่วไปได้แก่ เหล็กคาร์บอนปานกลาง (เช่น C1010) ที่ให้ค่าความต้านทานแรงดึงประมาณ 400‑550 MPa เหล็กไร้สนิมเกรด 304 หรือ 316 สำหรับการต้านทานการกัดกร่อนในสภาพเค็มหรือสารเคมี อลูมิเนียมอัลลอยด์ 2024 หรือ 7075 เมื่อต้องการน้ำหนักเบาและค่าความแข็งแรงต่อน้ำหนักสูง และทองแดงอัลลอยด์เช่น C11000 สำหรับการนำไฟฟ้าหรือความร้อนที่ต้องการ
เส้นผ่านศูนย์กลางแกน (shank diameter) มักมีตั้งแต่ 2.0 mm ถึง 12.0 mm โดยเพิ่มทีละ 0.5 mm หรือ 1/32 inch ความยาวแกนสามารถผลิตได้ตั้งแต่ 4.0 mm ถึง 50.0 mm ขึ้นกับความหนาของชิ้นงานที่จะเชื่อมต่อ มุมเคาน์เตอร์ซิงค์มาตรฐานอยู่ที่ 100° แต่สามารถปรับเป็น 120° หรือ 140° ได้ตามแบบรูเจาะที่ลูกค้าจัดเตรียมไว้
| พารามิเตอร์ | ช่วงค่าทั่วไป | หมายเหตุ |
|---|---|---|
| เส้นผ่านศูนย์กลางแกน | 2.0 mm – 12.0 mm | เพิ่มทีละ 0.5 mm หรือ 1/32 inch |
| ความยาวแกน | 4.0 mm – 50.0 mm | ขึ้นกับความต้องการของชิ้นงาน |
| มุมเคาน์เตอร์ซิงค์ | 100° (มาตรฐาน) / 120° / 140° | ปรับได้ตามแบบรู |
| ความแข็งแรงดึง (เหล็กคาร์บอน) | 400‑550 MPa | ค่าอาจเปลี่ยนตามการอบชุบ |

การผลิตเริ่มจากการตัดลวดวัสดุให้ได้ความยาวตามต้องการ จากนั้นใช้เครื่องขึ้นรูปเย็น (cold heading) เพื่อสร้างหัวสองชั้นและแกนทรงกระบอกในขั้นตอนเดียว ลดความจำเป็นในการเชื่อมหรือการกลึงเพิ่มเติม หลังขึ้นรูปจะทำการอบชุบความร้อน (heat treatment) ตามเกรดวัสดุเพื่อให้ได้ค่าความแข็งและความเหนียวที่ตรงตามมาตรฐาน เช่น HRC 20‑25 สำหรับเหล็กคาร์บอนปานกลาง หรือ HRC 28‑35 สำหรับสเตนเลสเกรด 304 หลังจากนั้นทำการตรวจสอบขนาดด้วยเครื่องวัดภาพ (vision system) และเครื่องวัดความละเอียดสูง เพื่อตรวจสอบมุมหัว ความเส้นผ่านศูนย์กลางแกน และความยาวโดยรวมให้อยู่ใน tolerance ±0.05 mm
การทดสอบเชิงกลประกอบด้วยการวัดแรงดึงทแยง (shear test) บนตัวอย่างที่ติดตั้งในแผ่นโลหะสองชั้น เพื่อยืนยันว่าค่าความต้านทานแรงเฉือนอยู่ในช่วงที่ออกแบบไว้ (เช่น 250‑350 MPa สำหรับเหล็กคาร์บอน) นอกจากนี้ยังมีการตรวจสอบความแข็งผิว (Rockwell หรือ Vickers) และการตรวจจับรอยร้าวด้วยวิธีการตรวจจับแม่เหล็กไฟฟ้า (eddy‑current) สำหรับชิ้นที่ต้องการความน่าเชื่อถือสูงในงานอากาศยาน
ในอุตสาหกรรมยานยนต์ ริเวตประเภทนี้ใช้ยึดแผ่นตัวถังภายในที่ต้องการพื้นผิวเรียบเพื่อลดแรงต้านอากาศและป้องกันการสะสมของฝุ่นละออง เนื่องจากหัวเคาน์เตอร์ซิงค์สองด้านทำให้ผิวภายนอกและภายในเรียบเสมอกัน จึงไม่มีส่วนที่ยื่นออกมาที่อาจทำให้เกิดการสึกหรอจากการสั่นสะเทือน
ในงานโครงสร้างอากาศยาน การเชื่อมต่อแผ่นอลูมิเนียมที่ต้องรับแรงเฉือนสูงและต้องการความเรียบของพื้นผิวเพื่อรักษาการไหลของเหนือเสียง ริเวตหัวสองชั้นให้ค่าความต้านทานแรงเฉือนเทียบเท่ากับการเชื่อมจุด แต่สามารถตรวจสอบคุณภาพได้ง่ายผ่านการมองเห็นหัวที่เรียบและไม่มีรอยแตก
อุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ใช้ริเวตชนิดนี้ในการยึดแผ่นระบายความร้อนที่ต้องการผิวสัมผัสเรียบกับชิ้นส่วนเซมิคอนดักเตอร์ เพื่อให้การนำความร้อนเป็นไปอย่างสม่ำเสมอโดยไม่มีช่องว่างอากาศจากหัวที่ยื่นออกมา
ลูกค้าสามารถระบุความยาวแกนที่ไม่ได้อยู่ในตารางมาตรฐาน เช่น 27.3 mm สำหรับชิ้นงานที่มีความหนาเฉพาะเจาะจง โดยทางผู้ผลิตจะปรับตั้งค่าเครื่องขึ้นรูปเย็นให้ตรงกับขนาดนั้น นอกจากนี้ยังสามารถขอให้เปลี่ยนมุมเคาน์เตอร์ซิงค์เป็น 120° หรือ 140° หากแบบรูที่มีอยู่ใช้มุมอื่นนอกเหนือจาก 100°
การเคลือบผิวเป็นทางเลือกที่พบบ่อยสำหรับการป้องกันการกัดกร่อนเพิ่มเติม เช่น การชุบสังกะสี (zinc plating) ความหนา 5‑8 µm การชุบนิกเกิลไร้ไฟฟ้า (electroless nickel) หรือการเคลือบสีพ่นฝุ่น (powder coating) ในสีที่ลูกค้าต้องการเพื่อให้เข้ากับสีของผลิตภัณฑ์สุดท้าย
สำหรับงานที่ต้องการความสามารถในการถอดออกได้ สามารถเพิ่มรอยบาก (notch) ที่ด้านข้างของแกนเพื่อให้ใช้เครื่องมือถอดริเวตแบบพิเศษได้โดยไม่ทำลายแผ่นรอบข้าง