รีเวตคือตัวยึดถาวรที่สร้างแรงเฉือนสูงและทนต่อการสั่นสะเทือนโดยไม่ต้องใช้เกลียว การออกแบบหัวและแกนช่วยให้สามารถยึดชิ้นส่วนโลหะหรือคอมโพสิตได้อย่างมั่นคงแม้ในสภาวะโหลดไดนามิก
การสั่งทำพิเศษช่วยให้ปรับขนาด ความยาว และรูปแบบหัวให้ตรงกับข้อกำหนดการออกแบบเฉพาะ ลดความจำเป็นในการทำงานกลึงเพิ่มเติมและปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต
วัสดุหลักที่ใช้ได้แก่เหล็กคาร์บอนต่ำ เหล็กกล้าไร้สนิมเกรด 304 และ 316 รวมถึงอัลลอยด์อลูมิเนียม เช่น 5052 และ 6061 แต่ละเกรดให้ค่าความต้านแรงดึงและความต้านทานการกัดกร่อนที่แตกต่างกัน
สำหรับงานที่ต้องการความแข็งแรงสูง เหล็กคาร์บอนที่ผ่านกระบวนการอบอุ่นให้ค่าความต้านแรงดึงประมาณ 400–550 MPa ในขณะที่สเตนเลสให้ความต้านทานการกัดกร่อนในสภาพแวดล้อมเค็มได้ดีกว่า
เส้นผ่านศูนย์กลางแกนทั่วไปอยู่ในช่วง 2–12 mm และความยาวสามารถปรับได้ตั้งแต่ 4 mm ถึง 50 mm ขึ้นกับความหนาของชิ้นงานที่ต้องเชื่อมต่อ
เริ่มจากการตัดลวดให้ได้ความยาวหัวท้ายตามข้อกำหนด จากนั้นขึ้นรูปหัวโดยใช้แรงกระแทกเย็น (cold heading) เพื่อให้ได้รูปทรงที่ต้องการโดยไม่สูญเสียวัสดุ
หลังขึ้นรูปแกนจะผ่านการรีดเพื่อลดเส้นผ่านศูนย์กลางให้ตรงตาม tolerance แล้วทำความร้อนอบอุ่นหรือทำให้เย็นอย่างรวดเร็วขึ้นกับเกรดวัสดุเพื่อปรับสมบัติเชิงกล
ขั้นสุดท้ายคือการเคลือบผิว เช่น การชุบสังกะสี การพ่นเคลือบเอพ็อกซี่ หรือการออกซิไดซ์แบบดำ เพื่อเพิ่มความต้านทานการกัดกร่อนและลดแรงเสียดทานระหว่างการติดตั้ง
ความยาวแกนสามารถกำหนดได้ทุก 0.5 mm ขึ้นตามความหนารวมของชิ้นงานที่ต้องยึด
รูปแบบหัวมีให้เลือกทั้งหัวกลม หัวเหลี่ยม หัวแบน และหัวรัศมีต่ำ เพื่อเหมาะกับพื้นที่ติดตั้งที่จำกัด
ประเภทผิวเคลือบสามารถเลือกได้ตามสภาพแวดล้อมการใช้งาน เช่น ชุบ Zn‑Ni สำหรับงานยานยนต์ หรือเคลือบ PTFE สำหรับงานที่ต้องการแรงเสียดทานต่ำ
ความคลาดเคลื่อนมิติทั่วไปอยู่ที่ ±0.05 mm สำหรับเส้นผ่านศูนย์กลางและ ±0.1 mm สำหรับความยาว โดยสามารถปรับให้เข้มงวดขึ้นตามความต้องการของลูกค้า
ในภาคยานยนต์ รีเวตใช้ยึดแผ่นตัวถัง โครงสร้างย่อย และระบบเบรก เพราะให้แรงเฉือนคงทนแม้ต้องรับแรงสั่นสะเทือนต่อเนื่อง
งานก่อสร้างโลหะประกอบ เช่น โครงหลังคาและผนังพาเนล เลือกใช้รีเวตสเตนเลสเพื่อทนต่อการกัดกร่อนจากสภาพอากาศภายนอก
อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้าใช้รีเวตอลูมิเนียมหัวต่ำเพื่อยึดบอร์ดและชิลด์โดยไม่เพิ่มน้ำหนักมากเกินไป
การเลือกวัสดุและขนาดที่เหมาะสมช่วยลดความเสี่ยงของการหลุดคลายและยืดอายุการใช้งานของผลิตภัณฑ์ขั้นสุดท้าย
การตรวจสอบมิติทำด้วยเครื่องวัดแบบสัมผัสและออพติคอลเพื่อยืนยันเส้นผ่านศูนย์กลาง ความยาว และมุมหัวอยู่ใน tolerance ที่กำหนด
การทดสอบแรงดึงทำบนตัวอย่างสุ่มจากแต่ละล็อต โดยใช้เครื่องดึงแบบ universal โดยกำหนดค่ารับแรงขั้นต่ำตามเกรดวัสดุ (เช่น ≥300 MPa สำหรับเหล็กคาร์บอน)
การตรวจสอบทางโลหะวิทยา เช่น การวิเคราะห์องค์ประกอบทางเคมีและการตรวจจับความพรุน ช่วยให้มั่นใจว่าวัสดุตรงตามใบรับรอง mill test
ทุกขั้นตอนการผลิตมีการบันทึกข้อมูลและสามารถสืบค้นย้อนกลับได้ถึงแหล่งวัตถุดิบและหมายเลขล็อต
บรรจุภัณฑ์หลักมีสองแบบคือ บรรจุถุงพลาสติก PE พร้อมซองดูดความชื้นสำหรับปริมาณน้อย และบรรจุกล่องลูกฟูกพร้อมแผ่นรองกระดาษกันกระแทกสำหรับปริมาณมาก
สำหรับการขนส่งทางทะเล กล่องจะถูกวางบนพาเลทไม้มาตรฐานและห่อฟิล์มยืดเพื่อป้องกันความชื้นและฝุ่นละอองระหว่างการเดินทาง
การติดฉลากประกอบด้วยรหัสสินค้า ขนาด วัสดุ จำนวน และวันที่ผลิต เพื่อให้ผู้รับสามารถตรวจสอบและจัดเก็บได้อย่างถูกต้อง
| พารามิเตอร์ | ช่วงที่ปรับแต่งได้ | ค่าทั่วไป | หมายเหตุ |
|---|---|---|---|
| เส้นผ่านศูนย์กลางแกน (mm) | 2.0 – 12.0 | 4.0 – 6.0 | ขึ้นกับความหนาชิ้นงาน |
| ความยาวแกน (mm) | 4.0 – 50.0 | 8.0 – 16.0 | ปรับได้ทุก 0.5 mm |
| วัสดุ | เหล็กคาร์บอน, สเตนเลส 304/316, อลูมิเนียม 5052/6061 | ตามคำขอ | เลือกตามสภาพแวดล้อม |
| ความต้านแรงดึง (MPa) | 250 – 550 | 350 (เหล็กคาร์บอนอบอุ่น) | วัดตาม ASTM F962 |
| ประเภทผิวเคลือบ | ไม่เคลือบ, ชุบสังกะสี, ชุบ Zn‑Ni, เคลือบเอพ็อกซี่, ออกซิไดซ์ดำ | ตามคำขอ | เพิ่มความต้านทานการกัดกร่อน |
หากต้องการสอบถามราคา รายละเอียดการปรับแต่ง หรือขอตัวอย่างสินค้า กรุณากรอกแบบฟอร์มติดต่อผ่านลิงก์ด้านล่าง ทีมวิศวกรของเราจะตอบกลับภายในหนึ่งวันทำการเพื่อช่วยคุณกำหนดสเปกที่เหมาะสมกับโครงการ
ส่งคำขอใบเสนอราคา