น็อตหกเหลี่ยมแบบเต็ม

คำอธิบายสั้น:

รายละเอียด

รายละเอียดและข้อมูลจำเพาะของน็อตหกเหลี่ยมแบบเต็ม

น็อตหกเหลี่ยมแบบเต็มเป็นอุปกรณ์ยึดต่อที่ใช้ประกอบร่วมกับโบลต์หรือสลักเกลียว เพื่อสร้างจุดยึดที่ถอดประกอบและตรวจสอบได้ รูปทรงหกเหลี่ยมช่วยให้ใช้เครื่องมือมาตรฐานขันหรือคลายได้สะดวก เหมาะสำหรับงานประกอบชิ้นส่วนและโครงสร้างที่ต้องการการยึดแน่นอย่างเป็นระบบ มีขนาดให้เลือกตั้งแต่ M3 ถึง M30 พร้อมตัวเลือกวัสดุ เกรด และการเคลือบผิวสำหรับสภาพแวดล้อมการทำงานที่แตกต่างกัน

ผลิตภัณฑ์อ้างอิงมาตรฐาน DIN 934 (ISO 4032) และมีการรับรอง DE/CN ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ โดยมีเกรด 4.8, 8.8 และ 10.9 ให้เลือกตามข้อกำหนดด้านกำลังของงาน การเลือกน็อตควรพิจารณาขนาดเกลียว เกรดของโบลต์ วัสดุชิ้นงาน สภาพแวดล้อม และแรงที่จุดยึดต้องรับร่วมกัน เพื่อให้ชิ้นส่วนที่ประกอบเข้าด้วยกันทำงานสอดคล้องตามข้อกำหนดของโครงการ

รายการ

ข้อมูลทางเทคนิค

จุดเด่นในการแข่งขัน

มาตรฐาน

DIN 934 (ISO 4032)

การรับรอง DE/CN สองรูปแบบ

เกรด

4.8 / 8.8 / 10.9

เกรด 10.9 รองรับภาระโหลดได้สูงขึ้น 35%

วัสดุ

เหล็กกล้าคาร์บอน Q235 / เหล็กกล้าอัลลอย 40Cr

กำลังรับแรงดึง ≥1040MPa (เกรด 10.9)

การเคลือบผิว

ชุบสังกะสีด้วยไฟฟ้า / ชุบสังกะสีแบบจุ่มร้อน

ทดสอบพ่นละอองเกลือ 500h/2000h ขึ้นไป

ขนาด

M3-M30

ค่าความคลาดเคลื่อน ±2% (ค่าอุตสาหกรรม ±5%)

อุณหภูมิใช้งาน

-50℃ ถึง +250℃

เคลือบผิวป้องกันการติดขัด

สำหรับการจัดซื้อเพื่อการผลิตหรือโครงการขนาดใหญ่ ข้อมูลด้านขนาดและค่าความคลาดเคลื่อนช่วยให้ทีมวิศวกรรมและฝ่ายจัดซื้อใช้ตรวจสอบความเหมาะสมเบื้องต้นกับแบบประกอบได้ วัสดุ Q235 และ 40Cr รวมถึงเกรดความแข็งแรงที่ระบุ ช่วยให้สามารถเลือกผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับลักษณะงาน โดยควรตรวจสอบข้อกำหนดเฉพาะของชุดยึดและเอกสารทางวิศวกรรมก่อนนำไปใช้งานจริง

การใช้งานในอุตสาหกรรมต่าง ๆ

น็อตหกเหลี่ยมแบบเต็มรองรับการใช้งานในหลายภาคอุตสาหกรรม ตั้งแต่งานโครงสร้างและยานยนต์ ไปจนถึงระบบพลังงาน ระบบราง งานทางทะเล เกษตรกรรม และเครื่องจักรอุตสาหกรรม การเลือกประเภทการเคลือบผิวและการตรวจสอบข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องเป็นส่วนสำคัญของการวางแผนจัดซื้อ โดยเฉพาะเมื่ออุปกรณ์ยึดต้องเผชิญความชื้น การกัดกร่อน หรือแรงสั่นสะเทือนระหว่างการทำงาน

อุตสาหกรรม

การใช้งานหลัก

ประเภทการเคลือบผิว

ข้อกำหนดสำคัญ

ก่อสร้าง

สะพานเหล็ก / ผนังกระจกอาคาร / ระบบค้ำยันต้านแผ่นดินไหว

ชุบสังกะสีแบบจุ่มร้อน

ทนการกัดกร่อนระดับ C5 (ISO 12944)

ยานยนต์

จุดยึดแชสซี / แท่นยึดเครื่องยนต์ / กล่องแบตเตอรี่

ชุบสังกะสีด้วยไฟฟ้า (สีน้ำเงิน/สีขาว)

ฉนวนไฟฟ้าและการประกอบที่แม่นยำ (DIN 6921)

พลังงานและไฟฟ้า

เสาส่งไฟฟ้า / ฐานยึดแผงโซลาร์เซลล์ / โบลต์กังหันลม

ชุบสังกะสีแบบจุ่มร้อน

ทดสอบพ่นละอองเกลือ 2000h (IEC 60068)

ระบบขนส่งทางราง

อุปกรณ์ยึดราง / ข้อต่อระหว่างตู้โดยสาร / อุปกรณ์ส่งสัญญาณ

ชุบจุ่มร้อนพร้อมเคลือบซีล

ระบบล็อกทนแรงสั่นสะเทือน (EN 14399)

งานทางทะเล

เครื่องจักรบนดาดฟ้า / ซีลฝาปิดช่อง / ระบบจอดเรือ

ชุบสังกะสีแบบจุ่มร้อน

ทนต่อสภาพแวดล้อมทางทะเล (ISO 9227)

เกษตรกรรม

ระบบส่งกำลังของรถเก็บเกี่ยว / ระบบชลประทาน / ระบบกันสะเทือนรถแทรกเตอร์

ชุบสังกะสีด้วยไฟฟ้า (สีต่าง ๆ)

ทนการกัดกร่อนจากโคลนและน้ำ (ISO 16047)

เครื่องจักรอุตสาหกรรม

วาล์วปั๊ม / อุปกรณ์เหมืองแร่ / ระบบไฮดรอลิก

ชุบสังกะสีแบบจุ่มร้อน

ในงานก่อสร้างและระบบพลังงาน การเคลือบแบบจุ่มร้อนเป็นตัวเลือกที่ระบุไว้สำหรับการใช้งานที่ต้องพิจารณาความทนทานต่อการกัดกร่อนและผลการทดสอบพ่นละอองเกลือ ส่วนงานยานยนต์และเกษตรกรรมมีตัวเลือกชุบสังกะสีด้วยไฟฟ้า สำหรับระบบรางมีการระบุการเคลือบซีลเพิ่มเติมเพื่อให้สอดคล้องกับข้อกำหนดด้านการล็อกทนแรงสั่นสะเทือน รายละเอียดเหล่านี้ช่วยให้ผู้ซื้อเปรียบเทียบรูปแบบการใช้งานกับข้อกำหนดของแต่ละโครงการได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

แนวทางเลือกผลิตภัณฑ์และประโยชน์ต่อการทำงาน

เพื่อให้การยึดประกอบเหมาะกับการใช้งาน ควรเริ่มจากตรวจสอบขนาดเกลียวและความเข้ากันได้กับโบลต์หรือสลักเกลียว จากนั้นพิจารณาเกรดและวัสดุให้สัมพันธ์กับภาระโหลดที่ต้องรองรับ ข้อมูลของผลิตภัณฑ์ระบุเกรด 4.8, 8.8 และ 10.9 โดยเกรด 10.9 มีกำลังรับแรงดึงอย่างน้อย 1040MPa และระบุความสามารถในการรองรับโหลดสูงขึ้น 35% เมื่อเทียบตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ การพิจารณาค่านี้ควรทำควบคู่กับการออกแบบชุดยึดทั้งหมด ไม่ควรเลือกชิ้นส่วนจากเกรดเพียงอย่างเดียว

ช่วงอุณหภูมิใช้งานที่ระบุอยู่ระหว่าง -50℃ ถึง +250℃ และมีการเคลือบป้องกันการติดขัดตามข้อมูลจำเพาะ สำหรับสภาพแวดล้อมที่มีความเสี่ยงจากการกัดกร่อน สามารถพิจารณาการชุบสังกะสีด้วยไฟฟ้าหรือการชุบแบบจุ่มร้อนตามลักษณะงานและข้อกำหนดการทดสอบที่เกี่ยวข้อง ความสามารถในการระบุขนาดตั้งแต่ M3-M30 ช่วยรองรับการใช้งานที่หลากหลาย ตั้งแต่งานประกอบชิ้นส่วนขนาดเล็กไปจนถึงงานโครงสร้างและเครื่องจักร

การระบุค่าความคลาดเคลื่อน ±2% เมื่อเทียบกับค่าอุตสาหกรรม ±5% เป็นข้อมูลที่ช่วยให้ผู้ซื้อใช้ประกอบการพิจารณาความสม่ำเสมอของขนาดในกระบวนการประกอบ ทั้งนี้ควรตรวจสอบข้อกำหนดการตรวจรับและวิธีการวัดที่ใช้กับงานของตนให้ตรงกันก่อนสั่งซื้อ เมื่อเลือกขนาด วัสดุ เกรด และผิวเคลือบได้สอดคล้องกัน จะช่วยให้การจัดการรายการอะไหล่ การประกอบ และการวางแผนบำรุงรักษาเป็นไปอย่างเป็นระบบยิ่งขึ้น

ผลิตภัณฑ์นี้จึงเหมาะสำหรับผู้ผลิต ผู้รับเหมา ผู้จัดจำหน่ายอุปกรณ์อุตสาหกรรม และฝ่ายจัดซื้อโครงการที่ต้องการตัวเลือกน็อตมาตรฐานหลายขนาด รวมถึงต้องการข้อมูลวัสดุและการเคลือบผิวเพื่อใช้ประเมินความเหมาะสมก่อนสั่งซื้อ หากมีข้อกำหนดเฉพาะ เช่น มาตรฐานของโครงการ สภาพแวดล้อมการติดตั้ง หรือเอกสารประกอบการส่งออก สามารถแจ้งรายละเอียดเพื่อขอข้อมูลเพิ่มเติมได้

บริการและการสนับสนุนสำหรับลูกค้าองค์กร

บริการหลังการขายที่เชื่อถือได้: พร้อมช่วยแก้ไขประเด็นทางเทคนิคและตอบข้อสอบถามเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์อย่างรวดเร็ว การสนับสนุนนี้ช่วยให้ลูกค้าตรวจสอบรายละเอียดและประสานงานเมื่อพบคำถามระหว่างการเลือกหรือใช้งานสินค้า

ประสบการณ์ส่งออกทั่วโลกกว่า 20 ปี: มีประสบการณ์ด้านโลจิสติกส์ระหว่างประเทศและการปฏิบัติตามข้อกำหนดการส่งออก ช่วยสนับสนุนการประสานงานสำหรับลูกค้าองค์กรที่จัดซื้อจากต่างประเทศ

รายละเอียดข้อมูลจำเพาะเมื่อร้องขอ: สามารถจัดเตรียมเอกสารข้อมูลจำเพาะที่ปรับให้เหมาะกับความต้องการ เพื่อช่วยให้ทีมจัดซื้อและวิศวกรรมมีข้อมูลประกอบการพิจารณาและตัดสินใจได้อย่างรอบคอบ

ตอบกลับใบเสนอราคาอย่างรวดเร็ว: ลูกค้าสามารถส่งคำขอเพื่อรับข้อมูลราคาและข้อเสนอแนวทางแก้ไขโดยเร็ว การแจ้งขนาด เกรด วัสดุ ปริมาณ และประเภทการเคลือบที่ต้องการจะช่วยให้การจัดทำข้อเสนอมีข้อมูลครบถ้วนยิ่งขึ้น

เอกสารส่งออกที่ได้รับการรับรองและการจัดส่งตรงเวลา: จัดเตรียมเอกสารส่งออกอย่างเป็นมืออาชีพเพื่อช่วยให้กระบวนการขนส่งและพิธีการที่เกี่ยวข้องเป็นไปอย่างราบรื่น

บรรจุภัณฑ์ตามความต้องการ พร้อมตรวจสอบภาพก่อนจัดส่ง: รองรับบรรจุภัณฑ์ที่มีตราสินค้าหรือเน้นความปลอดภัย พร้อมยืนยันภาพสินค้าและบรรจุภัณฑ์ก่อนส่งออก เพื่อให้ลูกค้าตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นได้

คุณภาพระดับพรีเมียมในราคาที่แข่งขันได้: นำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มุ่งเน้นคุณภาพและการใช้งานอย่างคุ้มค่า เพื่อช่วยให้ลูกค้าพิจารณาสมดุลระหว่างประสิทธิภาพและต้นทุนสำหรับการจัดซื้อในภาคอุตสาหกรรม

พิมพ์ข้อความของคุณที่นี่แล้วส่งให้เรา