โรงงานผลิตน็อตหกเหลี่ยมชุบสังกะสีจากประเทศจีน

คำอธิบายสั้น:

รายละเอียด

โรงงานผลิตน็อตหกเหลี่ยมชุบสังกะสีจากประเทศจีน

น็อตหกเหลี่ยมชุบสังกะสีผลิตจากเหล็กคาร์บอนที่ผ่านการขึ้นรูปเย็นเพื่อให้ได้เกลียวที่แม่นยำและทนต่อแรงบิดสูง การชุบสังกะสีเป็นกระบวนการเคลือบผิวด้วยโลหะสังกะสีเพื่อเพิ่มความต้านทานการกัดกร่อนในสภาพแวดล้อมที่มีความชื้นหรือสารเคมีอ่อนๆ

ชั้นสังกะสีที่มีความหนาเหมาะสมช่วยลดการเกิดสนิมแดงและยืดอายุการใช้งาน ในขณะที่พื้นผิวเรียบลดแรงเสียดทานระหว่างการประกอบ ทำให้ค่าตัวแปรของแรงบิดคงที่ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการประกอบโครงสร้างที่ต้องการความปลอดภัยสูง

วัสดุและการเคลือบ

วัสดุหลักที่ใช้คือเหล็กคาร์บอนเกรด 10B21 หรือ 1045 ซึ่งมีค่าความแข็งแรงดึงประมาณ 400–600 MPa หลังจากกระบวนการชุบแข็งและปรับสภาพ ความแข็งที่เหมาะสมช่วยให้ทนต่อการยืดตัวภายใต้โหลดคงที่ได้ดี

การชุบสังกะสีทำโดยวิธีไฟฟ้าเคมี (electroplating) โดยควบคุมความหนาของชั้นเคลือบอยู่ในช่วง 5–8 µm ตามมาตรฐาน ISO 2081 หลังชุบสามารถทำ passivation ด้วยสารโครเมตไร้สี (clear), สีเหลือง (yellow) หรือสีดำ (black) เพื่อเพิ่มความทนทานต่อการกัดกร่อนและลดการเกิดรอยขีดข่วนระหว่างการขนส่ง

  • เหล็กคาร์บอนเกรด 10B21 – ความแข็งแรงดึงสูง เหมาะสำหรับงานโครงสร้างรับแรงดึงสูง
  • เหล็กคาร์บอนเกรด 1045 – ความทนทานต่อการสึกหรอดี ใช้ในงานที่มีการสั่นสะเทือนต่อเนื่อง
  • การชุบสังกะสีหนา 5–8 µm พร้อม passivation สีเหลือง – เพิ่มความต้านทานการกัดกร่อนในสภาพแวดล้อมทะเลหรืออุตสาหกรรม

มาตรฐานและขนาด

น็อตหกเหลี่ยมชุบสังกะสีผลิตตามมาตรฐานสากล ISO 4032 และ DIN 934 ซึ่งกำหนดความคลาดเคลื่อนของเส้นผ่านศูนย์กลางเกลียว ความกว้างหน้าฟัน และความหนา เพื่อให้สามารถใช้ร่วมกับบอทมาตรฐานได้โดยไม่ต้องปรับแต่งพิเศษ

โรงงานผลิตหัวน็อตหกเหลี่ยมชุบซิงค์จากจีน
ขนาดเกลียว (Thread size) พิทช์ (Pitch) mm ความกว้างหน้าฟัน (Width across flats) mm ความหนา (Thickness) mm
M3 0.5 5.5 2.4
M4 0.7 7 3.2
M5 0.8 8 4
M6 1.0 10 5
M8 1.25 13 6.5
M10 1.5 17 8
M12 1.75 19 10
M16 2.0 24 13
M20 2.5 30 16
M24 3.0 36 19

กระบวนการผลิต

ขั้นตอนเริ่มต้นด้วยการตัดลวดเหล็กคาร์บอนให้ได้ความยาวที่เหมาะสม จากนั้นนำเข้าสู่เครื่องขึ้นรูปเย็น (cold heading) ซึ่งหัวสำคัญจะถูกขึ้นรูปให้เป็นทรงหกเหลี่ยมและมีช่องกลางสำหรับเกลียวภายใน

หลังขึ้นรูปจะผ่านกระบวนการตัดเกลียว (thread rolling) ด้วยแรงดันสูงเพื่อให้ได้เกลียวที่มีความแข็งแรงและความเรียบผิวดีกว่าการตัดด้วยมีด พื้นผิวเกลียวที่ได้จะมีความคลาดเคลื่อนต่ำกว่า 0.1mm ตามมาตรฐาน

สุดท้ายชิ้นงานจะเข้าสู่สายชุบสังกะสีไฟฟ้าเคมี โดยควบคุมอุณหภูมิความหนาแน่นของกระแสไฟฟ้าและเวลาการชุบให้ได้ความหนาชั้นเคลือบตามที่กำหนด หลังชุบจะล้างทำความสะอาดและทำ passivation ก่อนอบแห้งและบรรจุ

การควบคุมคุณภาพ

การตรวจสอบมิติทำโดยใช้เครื่องวัดแบบออพติคอลและเกจเกลียวเพื่อยืนยันว่าค่า pitch diameter และความกว้างหน้าฟันอยู่ในช่วง tolerance ตาม ISO 4032 ความคลาดเคลื่อนที่ยอมรับได้สำหรับเกลียว M6 คือ ±0.02mm

ความหนาชั้นสังกะสีวัดด้วยวิธีแม่เหล็กไฟฟ้า (magnetic induction) ที่จุดสุ่มหลายจุดต่อล็อต ค่าที่ได้ต้องอยู่ในช่วง 5–8 µm พร้อมการทดสอบการกัดกร่อนหมอกเกลือ (salt spray) อย่างน้อย 96 ชั่วโมงโดยไม่มีสนิมแดงปรากฏ

นอกจากนี้ยังมีการทดสอบแรงบิดการขัน (torque test) โดยใช้น็อตคู่กับบอทเกรดเดียวกันและวัดค่าแรงบิดที่ทำให้เกิดการยืดตัว 0.2% เพื่อให้มั่นใจว่าผลิตภัณฑ์มีประสิทธิภาพการล็อคที่สม่ำเสมอในการใช้งานจริง

การใช้งาน

น็อตหกเหลี่ยมชุบสังกะสีเหมาะกับงานที่ต้องการการป้องกันการกัดกร่อนระดับกลางในขณะที่ยังคงต้องการความแข็งแรงทางกลสูง ตัวอย่างเช่นในระบบกันสะเทือนของรถยนต์ที่สัมผัสกับละอองเกลือจากถนน หรือในโครงสร้างเหล็กกล้ากลางแจ้งที่ต้องรับน้ำหนักคงทนต่อสภาพอากาศ

  • อุตสาหกรรมยานยนต์ – ใช้ในจุดเชื่อมต่อช่วงล่างและระบบบังคับเลี้ยวที่ต้องทนต่อการสั่นสะเทือนและความชื้น
  • งานก่อสร้างโครงสร้างเหล็ก – ใช้ในการเชื่อมต่อแผ่นเชื่อมและฐานเสา ที่ต้องการการป้องกันสนิมในระยะยาว
  • อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และไฟฟ้า – เป็นตัวยึดในตู้ควบคุมที่ต้องการการนำไฟฟ้าต่ำและการป้องกันการกัดกร่อนจากความชื้นภายใน
  • เครื่องจักรเกษตร – ใช้ในส่วนที่สัมผัสกับปุ๋ยและน้ำที่มีความเป็นกรดต่ำถึงปานกลาง

ตัวเลือกการปรับแต่ง

แม้น็อตหกเหลี่ยมจะมีขนาดมาตรฐาน แต่สามารถปรับเปลี่ยนบางด้านเพื่อให้เหมาะกับเงื่อนไขโครงการเฉพาะได้ เช่นการเลือกเกรดเหล็กที่มีความแข็งแรงพิเศษ หรือการเปลี่ยนสีของชั้น passivation เพื่อการระบุตัวตนบนสายการผลิต

  • เกรดเหล็กคาร์บอนพิเศษ เช่น 10B21 ที่ผ่านการชุบแข็งและอบเพื่อเพิ่มค่าความแข็งแรงดึงถึง 800 MPa
  • การชุบสังกะสีหนาเกินมาตรฐาน (10–12 µm) พร้อม passivation สีดำสำหรับงานที่ต้องการความทนทานต่อการขัดถูสูง
  • การทำเครื่องหมายเลขล็อตหรือโลโก้บนพื้นผิวด้านข้างด้วยเลเซอร์เพื่อการตรวจสอบย้อนกลับ
  • บรรจุภัณฑ์แบบกันความชื้นพิเศษ (VCI bag) สำหรับการขนส่งระยะไกลในภูมิอากาศร้อนชื้น

บรรจุภัณฑ์และการจัดส่ง

เพื่อป้องกันการเกิดสนิมระหว่างการขนส่ง น็อตจะถูกบรรจุในถุงพลาสติกหนา PE ที่มีสารยับยั้งการกัดกร่อน (VCI) จากนั้นจัดวางในกล่องกระดาษลูกฟูกที่มีแผ่นแบ่งชั้นเพื่อป้องกันการเคลื่อนที่และการกระแทก

  • บรรจุถุงละ 25 กก. สำหรับการขนส่งแบบพาเลท
  • บรรจุกล่องละ 5 กก. พร้อมฉลากแสดงขนาดเกลียวและวันผลิต
  • พาเลทมาตรฐานขนาด 1100×1100 มม. สามารถรองรับน้ำหนักได้สูงสุด 1000 กก.

การจัดส่งทำโดยรถบรรทุกปิดหรือตู้คอนเทนเนอร์ที่มีการควบคุมอุณหภูมิและความชื้นสัมพัทธ์ไม่เกิน 60% เพื่อให้มั่นใจว่าชั้นสังกะสียังคงสมบูรณ์เมื่อถึงมือลูกค้า

คำถามที่พบบ่อย

สามารถปรับแต่งความหนาชั้นสังกะสีได้หรือไม่? ได้ สามารถปรับความหนาชั้นเคลือบในช่วง 3–15 µm ตามความต้องการของโครงการ โดยต้องระบุในใบขอเสนอราคา

ต้องใช้ข้อมูลใดบ้างก่อนขอใบเสนอราคา? จำเป็นต้องแจ้งขนาดเกลียว (เช่น M8, M10) ปริมาณที่ต้องการ ประเภท passivation (clear, yellow, black) และเงื่อนไขการบรรจุภัณฑ์พิเศษหากมี

วัสดุเหล็กที่มีให้เลือกมีอะไรบ้าง? ทั่วไปมีเหล็กคาร์บอนเกรด 10B21 และ 1045 รวมถึงทางเลือกเกรดผสมโลหะต่ำสำหรับงานที่ต้องการความแข็งแรงดึงสูงกว่า 600 MPa

มีการตรวจสอบคุณภาพอย่างไรบ้างก่อนส่งมอบ? ทำการตรวจสอบมิติทุกชิ้นด้วยเกจเกลียว วัดความหนาชั้นสังกะสีด้วยเครื่องแม่เหล็กไฟฟ้า และทดสอบหมอกเกลือตามมาตรฐาน ISO 9227 สำหรับแต่ละล็อตผลิต

เวลาการผลิตปกติใช้เวลาเท่าไร? ขึ้นอยู่กับปริมาณและความซับซ้อนของการปรับแต่ง โดยทั่วไปอยู่ในช่วง 2–4 สัปดาห์หลังจากได้รับใบยืนยันคำสั่งซื้อและข้อมูลทางเทคนิคครบถ้วน

หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอใบเสนอราคา กรุณาติดต่อทีมขายผ่านช่องทางด้านล่าง

ติดต่อขอใบเสนอราคา
พิมพ์ข้อความของคุณที่นี่แล้วส่งให้เรา